สรุปรูปแบบการขยายช่องจราจรของทางหลวงโครงการที่เหมาะสม

สรุปรูปแบบการขยายช่องจราจรของทางหลวงโครงการที่เหมาะสม

 

 

   รูปแบบการขยายช่องจราจรของทางหลวงโครงการแบ่งออกเป็น ทางหลวงช่วงที่ไม่มีการคัดเลือกรูปแบบการขยายช่องจราจร และทางหลวงช่วงที่มีการศึกษาคัดเลือกรูปแบบการขยายช่องจราจรที่เหมาะสมเนื่องจากผ่านพื้นที่อนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่  พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทองและพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ ซึ่งการออกแบบรูปแบบทางหลวงในช่วงนี้จำเป็นต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ตลอดจนให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยผลการศึกษาสามารถสรุปรูปแบบทางหลวงโครงการที่เหมาะสมได้ดังนี้

 

1. รูปแบบทางหลวงช่วงที่ผ่านพื้นที่ราบและลูกเนิน

 

ทางหลวงช่วงที่ผ่านพื้นที่ราบและลูกเนิน ระยะทางรวม  20  กิโลเมตร ประกอบด้วย

  • ช่วงที่ 1 (กม.150+000 (จุดเริ่มต้นโครงการ) - กม.154+700)     ระยะทาง      7            กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 3 (กม.161+800 - กม.173+000)                        ระยะทาง      11.2          กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 6 (กม.182+900 - กม.187+000 (จุดสิ้นสุดโครงการ))     ระยะทาง      1             กิโลเมตร

 

   ทางหลวงโครงการช่วงนี้สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ของแนวเส้นทางเป็นที่ราบและลูกเนิน ทางหลวงเดิมมีมาตรฐานเพียงพอที่จะปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษของกรมทางหลวงโดยอยู่ในเขตทางเดิม การขยายทางหลวงจาก 2 ช่องจราจร เป็นทาง 4 ช่องจราจร ที่ปรึกษาเสนอรูปแบบที่เหมาะสมเป็น ทางหลวง 4 ช่องจราจร แบบเกาะกลางถมดินและปลูกหญ้า (Raised Median)” โดยมีเหตุผลดังนี้

  • มีความเหมาะสมด้านวิศวกรรมค่อนข้างสูง สำหรับความกว้างเขตทาง 40 เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการก่อสร้างองค์ประกอบทางหลวงได้อย่างครบถ้วน
  • สามารถรองรับปริมาณรถยนต์ต่าง ๆ ที่สัญจรบนถนนได้เพียงพอ
  • สามารถจัดการจราจรบริเวณทางแยกและจุดกลับรถ ได้โดยสะดวกและปลอดภัย เนื่องจากมีการแบ่งแยกทิศทางการจราจรออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยเกาะกลาง
  • มีความปลอดภัยในการใช้ทางหลวงทั้งรถที่เดินทางไกลและรถในท้องถิ่น
  • บริเวณเกาะกลางสามารถนำมาตกแต่งและปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามได้

 

 

 

 

2. รูปแบบทางหลวงช่วงที่ผ่านพื้นที่ภูเขา

 

ทางหลวงช่วงที่ผ่านพื้นที่ภูเขา ระยะทางรวม 14.865  กิโลเมตร ประกอบด้วย

  • ช่วงที่ 2 (กม.154+700 - กม.161+800)                  ระยะทาง          1          กิโลเมตร 
  • ช่วงที่ 5 (กม.175+135 - กม.182+900)                  ระยะทาง          44        กิโลเมตร

    (ยกเว้นในช่วง กม.179+600-กม.180+925 ที่จะมีการคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสม)

 

   ทางหลวงโครงการช่วงนี้สภาพภูมิประเทศของแนวเส้นทางเป็นภูเขา การขยายทางหลวงจาก 2  ช่องจราจร เป็นทาง 4 ช่องจราจร ในเขตทางหลวงเดิม 40 เมตร ที่ปรึกษาเสนอรูปแบบที่เหมาะสมเป็น ทางหลวง 4 ช่องจราจร แบบเกาะกลางแบบแท่งคอนกรีต (Median Barrier)โดยมีเหตุผลดังนี้

  • เป็นรูปแบบที่ประหยัดพื้นที่ในการก่อสร้าง สามารถลดพื้นที่การตัดภูเขาและการถมเหวลึก
  • เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ไม่มีอุปสรรคข้างทาง ไม่มีชุมชนสองข้างทาง รวมถึงลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซ้าย - ขวา และเส้นทางคดเคี้ยวตามไหล่เขา เนื่องจากเกาะกลางแบบแท่งคอนกรีต (Median Barrier)  จะเป็นตัวแบ่งแยกทิศทางการจราจรของสองฝั่งให้สัญจรได้อย่างปลอดภัย

 

 

 

 

3. รูปแบบทางหลวงช่วงชุมชน

 

ทางหลวงช่วงชุมชน ได้แก่

  • ช่วงที่ 4 (กม. 173+000 - กม. 175+135)          ระยะทาง      135      กิโลเมตร       

 

   ทางหลวงโครงการช่วงนี้ผ่านพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ได้แก่ ชุมชนบ้านห้วยหินฝนและบ้านเจาทอง สภาพทางหลวงช่วงนี้ปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร แล้ว เสนอให้ขยายเป็น ทางหลวง 8 ช่องจราจร  แบบเกาะกลางถมดินและปลูกหญ้า (Raised Median)พร้อมทั้งปรับปรุงทางเท้าและระบบสาธารณูปโภค โดยมีเหตุผลดังนี้

  • เป็นย่านชุมชน และที่ตั้งของสถานศึกษา สถานที่ราชการ และโรงพยาบาล ซึ่งมีการเดินทางสัญจรค่อนข้างมาก การขยายช่องจราจรจะช่วยรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการใช้งานของประชาชนในพื้นที่

 

 

 

 

4. ทางหลวงช่วงที่มีการคัดเลือกรูปแบบการขยายช่องจราจร

 

   ทางหลวงช่วงที่มีการศึกษาคัดเลือกรูปแบบการขยายช่องจราจรที่เหมาะสม ได้แก่ ทางหลวงช่วงที่ผ่านพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ทางหลวงในช่วง กม.179+600 - กม. 180+925 ระยะทาง  1.325  กิโลเมตร  ทางหลวงโครงการช่วงนี้อยู่บนเทือกเขาพังเหย สภาพพื้นที่สองข้างทางเป็นหน้าผาสูงและเหวลึก และผ่านพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง และพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ สภาพแนวเส้นทางด้านซ้ายเป็นภูเขาสูงชัน ส่วนด้านขวาเป็นขอบเหวลึก ในการขยายทางหลวงจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ช่วงนี้จะต้องคำนึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด เนื่องจากทางหลวงช่วงนี้ผ่านพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ดังนั้น องค์ประกอบทางหลวงจะต้องพิจารณาก่อสร้างเท่าที่จำเป็นต่อการอำนวยความปลอดภัยและการจราจร รวมทั้งจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ตลอดจนให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด  โดยรูปแบบที่เหมาะสมเป็น รูปแบบงานถมเหวลึกแบบกำแพงแนวดิ่งสามารถสรุปความเหมาะสมได้ดังนี้

  • ด้านวิศวกรรม มีความเหมาะสมด้านวิศวกรรมค่อนข้างสูง โดยมีข้อดี ได้แก่ สามารถจัดการจราจรได้ง่ายกว่ารูปแบบทางเลือกอื่น ผลกระทบต่อการเกิดหินร่วงในอนาคตน้อยที่สุด เพราะรูปแบบไม่ได้ไปรบกวนภูเขาและมีพื้นที่และปริมาณในการตัดภูเขาน้อยที่สุด
  • ด้านค่าก่อสร้างและการบำรุงรักษา เป็นรูปแบบที่มีค่าก่อสร้างระดับปานกลาง และการบำรุงรักษาทางหลวง มีความยากง่ายในการบำรุงรักษาน้อยที่สุด
  • ด้านสิ่งแวดล้อม มีความเหมาะสมทางด้านสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด คือ มีการรบกวนพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ ด้านขวาทางน้อยที่สุด และงานถมเหวลึกแบบกำแพงแนวดิ่ง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิทัศน์ด้านเดียวคือด้านขวาทางที่เป็นเหว ซึ่งจะมีความกลมกลืนกว่างานตัดภูเขาด้านซ้ายทางเนื่องจากอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาของผู้ใช้ทาง

 

 

 

 

Copyright : 2016 hw225phetchabun-chaiyaphum.com
บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By Cw.in.th